บทความเกี่ยวกับสมุนไพร

ตั้งเป้าดันสมุนไพร 100 ชนิดรักษาคนไข้แทนยาแผนปัจจุบัน

นายวิทยา บุรณศิริ รมว.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานรวมพลังการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านใน 16 จังหวัด ภาคกลาง ประจำปี 2555 ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา จัดโดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาการ แพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนและหันมาใช้ภูมิปัญญา ไทย เพื่อนำมาใช้ดูแลสุขภาพ ทั้งที่ไม่เจ็บป่วยและเจ็บป่วยแล้ว

นายวิทยา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เร่งดำเนินการสนองนโยบายนายกรัฐมนตรีในการลดค่าใช้จ่ายยารักษาโรค ซึ่งไทยมีมูลค่าการนำเข้ายาแผนปัจจุบันสูงถึงปีละกว่า 130,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35 ของค่าใช้จ่ายสุขภาพทั้งหมด ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ที่ใช่เพียงร้อยละ 20 เท่านั้น โดย สธ. มีนโยบายส่งเสริมให้โรงพยาบาลในสังกัดทั้วประเทศทุกระดับกว่า 10,000 แห่ง ให้บริากรตรวจรักษาผู้ป่วยนอกด้วยแพทย์แผนไทยและใช้ยาสมุนไพรแทนยาแผน ปัจจุบันอย่างน้อย 20 รายการ ซึ่งขณะนี้ได้บรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ.2554 แล้ว 71 รายการ ในระยะเริ่มต้นปี 2555 จะให้บริการผู้ป่วยนอกให้ได้ร้อยละ 10 ของผู้ป่วยทั้งหมดที่ใช้บริการและเพิ่มเป็นร้อยละ 20 ในปี 2556

นายวิทยา กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ได้มอบให้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ ศึกษาวิจัยยาสมุนไพรอีก 4 รายการเข้าในบัญชียาหลักแห่งชาติภายในปี 2555 และจะเพิ่มอีกปีละประมาณ 5-10 รายการ โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มให้ได้ทั้งหมด 100 รายการภายในปี 2558 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยและคนไทยมียาสมุนไพรที่ได้มาตรฐารและผ่านการศึกษาวิจัย ด้านคุณภาพและความปลอดภัย ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยหลากหลายทดแทนยาแผนปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

ในส่วนการบริการประชาชนด้านการแพทย์แผน ไทย ทาง สธ.มีนโยบายให้โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และ โรงพยาบาลชุมชน เป็นศูนย์บริการด้ายการแพทย์แผนไทย ซึ่งจะมีนักการแพทย์แผนไทยประจำการมีรายการยาสมุนไพรใช่มากกว่า 20 รายการ มีบริการรักษาด้วยการนวด อบ ประคบ บรรเทาอาการ ปวดเมือ่ย และดูแลหญิงหลังคลอดด้วยวิธีการทับหม้อเกลือ ซึ่งผ่านการศึกษาวิจัยและได้ผลทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว และสปสช.ได้บรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ของโครงการบัตรทองในอัตราไม่เกิน 2,500/ 1 ชุดบริการ (5ครั้ง) เรียบร้อยแล้ว ในปี 2555 นี้และดำเนินการแล้วในโรงพยาบาล 200 แห่ง มีเป้าหมายจะเพิ่มให้ได้ 800 แห่งภายในปี 2558″ รมว. สาธารณสุขกล่าว

ที่มา:

  • แนวหน้า ฉบับวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2555