บทความเกี่ยวกับสมุนไพร

แนวโน้มสมุนไพรไทย ปัจจุบัน และ อนาคต เป็นอย่างไร

ทิศทางในการพัฒนาสมุนไพร แบ่งได้เป็น 3 แนวทางหลัก ดังนี้

1.การพัฒนาสมุนไพรเพื่อการส่งออก สามารถทำได้หลายรูปแบบ ดังเช่นที่หลายประเทศในเอเชีย เช่น จีน หรือ อินเดีย ทำกัน โดยแต่ละรูปแบบจะมีมูลค่าทางการตลาดแตกต่างกันขึ้นกับมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ และการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ สมุนไพรสามารถส่งออกได้ในรูปของ

1.1 วัตถุดิบ

ซึ่งส่งออกได้ง่าย เพราะกฎหมายของต่างประเทศที่ควบคุมไม่เข้มงวด แต่มีข้อเสียตรงที่ขายได้ราคาน้อยกว่า อาจส่งออกในรูป

  • ผงสมุนไพร(Crude drug) เช่น ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร ส้มแขก ขิง ลูกสำรอง หรือ
  • สารสกัดหยาบ (Crude extract) เช่น มะตูม กระเจี๊ยบ รากปลาไหลเผือก กระเทียม ส้มแขก

1.2 ผลิตภัณฑ์สมุนไพรแปรรูป เช่น

  • เครื่องสำอาง
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร(Dietary supplement)

ซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่นเป็นผลิตภัณฑ์จากผงสมุนไพรหรือสารสกัดสมุนไพรบรรจุแคปซูลหรืออัดเป็นเม็ด และผ่านการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์แต่ละครั้งของการผลิต หากเป็นสมุนไพรไทยที่ไม่เป็นที่รู้จักในต่างประเทศก็จะต้องมีการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรนั้นอย่างครบวงจร ได้แก่การศึกษาทางเภสัชวิทยา พิษวิทยา ไปจนถึงการวิจัยทางคลินิก เพื่อเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ประกอบการอ้าง Health claim ของผลิตภัณฑ์นั้นด้วย

2.การพัฒนายาสมุนไพร ในปี พ.ศ. 2549มีการจัดทำ บัญชียาจากสมุนไพร พ.ศ.2549 ยาจากสมุนไพรที่ได้รับคัดเลือกให้บรรจุ เป็นยาที่ใช้แก้ปัญหาสาธารณสุขของประเทศเป็นลำดับแรก โดยแบ่งเป็นกลุ่มดังนี้

กลุ่มที่1. บัญชียาจาก สมุนไพร ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้แบบดั้งเดิม

1.1 ยารักษากลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต(แก้ลม)

(1) ยาหอมเทพจิตร ยาผง ยาเม็ด

(2) ยาหอมนวโกฐ ยาผง ยาเม็ด

1.2 ยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร

(1) ยาถ่ายดีเกลือฝรั่ง ยาเม็ด

(2) ยาธาตุบรรจบ ยาผง ยาเม็ดลูกกลอน

(3) ยาประสะกานพลู ยาผง

(4) ยาเหลืองปิดสมุทร ยาเม็ด

1.3 ยารักษากลุ่มอาการทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา

(1) ยาประสะไพล ยาผง

1.4 ยาแก้ไข้

(1) ยาแก้ไข้ห้าราก ยาผง ยาเม็ด

(2) ยาเขียวหอม ยาผง

(3) ยาจันทน์ลีลา ยาแคปซูล ยาผง และยาเม็ด

1.5 ยาแก้ไอและขับเสมหะ

(1) ยาประสะมะแว้ง ยาเม็ด

กลุ่มที่2. บัญชียาพัฒนา จากสมุนไพร

2.1 ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินอาหาร

(1) ขมิ้นชัน ยาแคปซูล

(2) ขิง ยาแคปซูล ยาผง

(3) ชุมเห็ดเทศ ยาผง

(4) ฟ้าทะลายโจร ยาแคปซูล ยาเม็ด และยาเม็ดลูกกลอน

2.2 ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินหายใจ

(1) ฟ้าทะลายโจร ยาแคปซูล ยาเม็ด และยาเม็ดลูกกลอน

2.3 ยารักษากลุ่มอาการของระบบผิวหนัง

(1) บัวบก ยาครีม

(2) พญายอ ยาครีม ยาโลชั่น สารละลาย (solution) สำหรับป้ายปาก

2.4 ยาใช้ภายนอกสำหรับบรรเทาอาการปวดและอักเสบ

(1) พริก ยาเจล

(2) ไพล ยาครีม

3. การพัฒนาสมุนไพรเพื่อการแพทย์แผนไทยซึ่งมักอยู่ในรูปของตำรับยาที่ประกอบด้วยสมุนไพรหลายชนิดและมีการใช้สืบต่อกันมานานแล้ว เนื่องจากในปัจจุบัน ต่างประเทศได้ให้ความสนใจและยอมรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เป็นตำรับมากขึ้น เช่น Chinese traditional medicine, Ayurvedic medicine จากอินเดีย หรือ Kampo medicine ของญี่ปุ่น เป็นต้น

ข้อมูลความปลอดภัยในการสมุนไพรบางชนิด

กระเทียม

อาการข้างเคียง

  • ระคายเคืองทางเดินอาหาร
  • มีผลต่อ normal flora ในทางเดินอาหาร
  • อาการแพ้
  • กลิ่นของกระเทียมจะแพร่ออกมาทางลมหายใจและผิวหนัง

ข้อห้ามใช้

  • ไม่ควรใช้ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เพราะ prolong bleeding time
  • ผู้มีประวัติแพ้กระเทียม

การใช้ในหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร

  • ไม่แนะนำ ให้ใช้ในหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร อันตรกิริยากันยาอื่น
  • เพิ่ม anticoagulant effects ของ warfarin และ NSAIDs

ขิง

อาการข้างเคียง

  • ยังไม่มีรายงาน

ข้อห้ามใช้

  • ผู้ป่วยนิ่ว

การใช้ในหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร

  • การใช้ขิงแห้งในขนาด 1 กรัม ในการแก้คลื่นไส้อาเจียนในหญิงมีครรภ์ ไม่ทำ ให้เกิดอันตรายใดๆต่อผู้เป็นแม่และทารกในครรภ์

สารสกัดใบแป๊ะก๊วย

อาการข้างเคียง

  • ระคายเคืองทางเดินอาหาร
  • ปวดศีรษะ
  • เป็นผื่นแพ้

ข้อห้ามใช้

  • ยาเตรียมที่มีส่วนประกอบสารสกัดใบแป๊ะก๊วยในขนาด 120 มก. ไม่ควรใช้ในเด็กอายุตํ่ากว่า 12 ปี การใช้ในหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ไม่มีรายงานข้อมูลความปลอดภัย อันตรกิริยากันยาอื่น
  • มีรายงานการเกิด hyphema (โลหิตออกในลูกตา) ในผู้ที่รับประทานยาเตรียมจากสารสกัดใบแป๊ะก๊วยร่วมกับ Aspirin

โสม

อาการข้างเคียง

  • ยังไม่มีรายงาน

ข้อห้ามใช้

  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
  • ห้ามใช้ร่วมกับยาในกลุ่ม stimulants รวมทั้งการใช้ร่วมกับ caffeine ในขนาดสูง

การใช้ในหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร

  • ไม่มีข้อห้าม, มีรายงานว่าโสมไม่มี teratogenic effect อันตรกิริยากันยาอื่น
  • ยา Phenelzine, Monoamine oxidase inhibitor (clinical significance of this interaction was yet to be determined)
  • ทำ ให้เกิด mania ในผู้ป่วยที่ใช้โสมร่วมกับยา antidepressant

มะขามแขก

อาการข้างเคียง

  • ใช้ครั้งเดียวแล้วเกิดอาการอาการปวดท้อง (แนะนำ ให้ลดขนาดในการรับประทาน)
  • การใช้ติดต่อกันนานหรือใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะทำ ให้ร่างกายสูญเสียสมดุลเกลือแร่โดยเฉพาะการขาด potassium (ซึ่งอาจทำ ให้เกิดความผิดปกติในการทำ งานของหัวใจ และ กล้ามเนื้อไม่มีแรง)

ข้อห้ามใช้

  • ผู้ป่วยทางเดินอาหารอุดตัน
  • ผู้ป่วยทางเดินอาหารอักเสบเฉียบพลัน เช่น Crohn’s disease, Colitis ulcerosa และ Appendicitis
  • ผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เด็กอายุตํ่ากว่า 12 ปี

การใช้ในหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร้

  • ไม่ควรใช้ในหญิงมีครรภ์และให้นมบุตร อันตรกิริยากันยาอื่น
  • ในกรณีของการใช้ติดต่อกันนานหรือการใช้ผิดวัตถุประสงค์จะทำ ให้ร่างกายเกิดการสูญเสียpotassium จึงมีผลต่อการใช้ยา Cardiac glycoside และยาที่ใช้รักษา anti-arrhythmia, Thiazide diuretics, Corticoadrenal steroids และ Licorice root
  • ลดการดูดซึมของยาอื่นๆ

ขมิ้นชัน

อาการข้างเคียง

  • ไม่มีรายงาน

ข้อห้ามใช้

  • ผู้ป่วยท่อนํ้าดีอุดตัน, ผู้ป่วยนิ่ว

การใช้ในหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร้

  • ไม่แนะนำ ให้ใช้ในหญิงมีครรภ์ อันตรกิริยากันยาอื่น
  • ไม่มีรายงาน